ห้องเจ็ดเดิมเคยสร้างวีรกรรมความซุกซนไว้ที่มหิดลวิทยานุสรณ์มากมาย ชอบทำอะไรแหกกฎที่เค้า ทำอะไรที่ชาวบ้านเค้าไม่ทำกัน พอขึ้นชื่อว่าเป็นห้องเจ็ด อาจารย์บางท่านถึงกับ ยี้... ถึงกับบอกว่า "ห้องเจ็ดมันมีตำนาน"
เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งได้เล่าว่า เคยมีรุ่นพี่ของพวกเรารุ่นหนึ่ง โดดเรียนไปเที่ยวในเมือง (รู้สึกจะแค่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าเนี่ยะแหล่ะ) จนค่ำมืดดึกดื่นและหารถกลับไม่ได้ ต้องนอนค้างที่ป้ายรถเมล์กันยกห้อง ส่วนอาจารย์ที่โรงเรียนก็ตามกันวุ่น ก็เด็กนักเรียนโรงเรียนประจำเล่นหายไปทั้งห้องอย่างนั้น จนมีเด็กคนนึงโทรหาอาจารย์ให้ไปรับมั่ง แล้วก็กลับมาได้ พอกลับมา แน่นอน งานเข้าชิ้นใหญ่ ท่านผอ.สมัยนั้น ดร.ธงชัย ชิวปรีชา ก็ทำโทษด้วยการขนหินขนกรวดไปสร้างสนามเปตอง 1 สนาม ย้ำ 1 สนามเต็มๆ แต่ทั้งห้องก็ยังสนุกสนานรื่นเริงในการทำสนามอยู่เช่นเดิม นับเป็นรุ่นพี่ห้องเจ็ดที่แผงและรั่วมาก :)แต่นี่ยังไม่ใช่รุ่นเรานะ lol
พอมารุ่นเราความแรงนี้ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย ทั้งผู้หญิงผู้ชายไม่ได้ยอมแพ้กันเรื่องความไม่เป็นระเบียบเลย อย่างเช่น การลงหอ ก็สายกันไม่เว้นแต่ละวัน พาทำให้กินข้าวไม่ทัน เข้าแถวช้า โดนให้ยืนหลังแถวและโดนตัดคะแนนความประพฤติเป็นประจำ หนำซ้ำตอนHome Room อาจารย์ที่ปรึกษายังพาไปโฮมซะไกล ไกลกว่าชาวบ้านเค้า อาจเพราะได้นั่งด้วยมั่งเลยคุยเพลิน และอาจารย์รังซี่ก็ปล่อยช้ามาก ก็ไม่เห็นหนิว่าห้องอื่นเค้าเลิกโฮมกันไปถึงไหนๆแล้ว เป็นเหตุผลหนึ่งทำให้ห้องเราไปเรียนคาบแรกสายเสมอด้วย แต่ว่าพวกเราเคารพนับถืออาจารย์กันมากๆ ถึงขนาดเวลาลับหลังก็เรียกรังซี่ๆ พอต่อหน้าก็เรียกอาจารย์คะ อาจารย์ขา อาจารย์ครับกันไป ฮ่าๆ อาจารย์รังซี่แกเป็นคนที่sensitiveมาก จำไม่ได้แล้วว่ากี่ครั้งที่ห้องเจ็ดเราได้ทำให้แกร้องไห้ รวมทั้งเรื่องดีเรื่องไม่ดีอ่ะนะ เหอะๆ
รังซี่ อาจารย์ที่ปรึกษานินทาอาจารย์รังซี่ ต่อ 555 เวลาแกพูดโฮมรูมที เราก็มักจะได้ข้อคิดคติดีๆจากแกมาใช้เสมอๆ แกคอยพร่ำสอนพร่ำบ่นเรา อบรมให้เราเป็นคนดี คิดดี ทำดี ส่วนนี้เราก็ต้องขอบคุณอาจารย์รังซี่มากที่มีส่วนในการหล่อหลอมให้พวกเราเป็นเราแบบนี้ แต่ด้วยเหตุที่แกเป็นห่วงเป็นใยพวกเราอย่างมากนี้ ทำให้แกโฮมรูมได้เกินวันละ 25 นาทีเกือบทุกวัน ทั้งที่เค้าให้วันละ 20 นาทีเท่านั้น ฮ่าๆ ทำให้พวกเราไปเข้าคาบแรกสายเกิน 15 นาทีเป็นประจำ บวกเวลาเดินเกิน 10 นาทีไง ไอส่วนนี้ก็เป็นเพราะไอความเอ้อระเหยลอยชายของพวกเราเองนั่นแหล่ะ ที่ไปหยิบกระเป๋าช้าบ้าง หนีกลับไปกินข้าวในโรงอาหารต่อบ้าง ลืมของบ้าง ติดหอบ้าง บ้างก็รอให้ปลอดคนแล้วแอบขึ้นลิฟท์ โดยการเนียนให้คนทำทีว่าเจ็บขาแล้วขึ้นไปเป็นเพื่อนบ้าง หรือป่วยจริงไปห้องพยาบาลบ้าง สารพัดสารเพ แห่งความเยิน
ไปสายตลอดอ่ะและด้วยเหตุที่ไปสายนี้ ก็ทำให้คาบแรกก็ต้องเสียเวลาให้อาจารย์บ่นไปอีกครึ่งคาบ พอดีเกือบหมดคาบเลยพอจารไม่ได้สอน ตอนสอบก็ขี้แตกกันเลยทีเดียว (ขี้แตก = อาการหนัก) อ่านเองตอนไฟลนก้น อดหลับอดนอน ทำงานที่ค้างบ้าง อ่านหนังสือบ้าง สัปงกเวลาเรียน ยิ่งตอนมอหกยิ่งเล่นซะเยอะ ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะจัดห้องนอนใหม่ ได้มารวมแก้งค์ เรา ไนซ์ ปัท ออม ได้มาอยู่ร่วมกับ จิ๊บ แจน เกด อิ่ม 8 คน แทบไม่ได้นอนตอนกลางคืน รู้สึกว่าเวลาแต่ละวันแต่ละคืนมันผ่านไปเร็วมาก มีเวลาว่างทีไร เป็นต้องชวนกันเล่น ไอเกดมักจะเป็นคนนำอยู่เสมอๆมีครั้งหนึ่งมันเคยจับไอแวนมาแก้ผ้า จักกะจี้ กลิ้งอยู่กลางห้อง 55555 ทำเอาไอแวนไม่กล้ามาห้องนอนเราอีกนานเลย สงสัยจะเข็ดกับไอเกด 55+

คู่ปรับกับอาจารย์หอพัก
อาจารย์หอพัก มักจะถูกดาวราหูหรืออะไรแรงๆบางอย่างดึงทำให้เป็นคู่ปรับกับพวกเราเสมอๆ ก็เข้าใจนะว่าอาจารย์เค้าต้องยึดถือกฎระเบีียบเป็นเรื่องสำคัญแต่มันก็ห้ามไม่ได้ใช่มั้ย ที่ไม่ให้เด็กวัย14 - 17 เล่นกันเสียงดังตอนมาอยู่รวมกัน ก็อาจารย์เล่นมาอยู่ห้องใต้บันไดตรงนั้นเองนี่นา ฮ่าๆ
ทั้งห้องนอนก็เลยต้องบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์กันอยู่เรื่อยๆ ทั้งล้างบ่อ ล้างห้องน้ำ ทำความสะอาดที่ต่างๆ ช่วงที่พวกเราอยู่บ่อเลยสะอาดตลอดเวลาเชียว แต่ห้องเจ็ดเราก็ไม่ได้มีแต่เรื่องแบบนี้ไปซะหมดนะ ความดีก็ยังมีอยู่บ้าง แต่
น้อยจนแทบมองไม่เห็นเลย ฮ่าๆ พูดเล่น ก็ยังมีคนส่วนดีๆศรีสังคมในห้องบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ถูกกลืนกินให้เป็นส่วนหนึ่งของห้องไปซะ
รางวัลที่น่าภาคภูมิใจ - พานห้อง
อย่างอันนี้ เป็นพานห้องเราตอน ม. 6 ได้ที่หนึ่งด้วยนะเนี่ย ไม่รู้ว่าได้ๆไง สงสัยเพราะอาจารย์สัมผัสได้ว่าพวกเราก็รักอาจารย์และรักโรงเรียนเหมือนกันนะ ฮ่าๆ

แต่เราก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆในห้องทุกคนที่ช่วยหล่อหล่อมให้เราเป็นเราจนถึงทุกวันนี้ พอนึกถึงชีวิตมอปลายที่มหิดลวิทยานุสรณ์ 3 ปี มันก็นึกถึงแต่พวกแกทุกคนนี่แหล่ะ ร่วมทุกข์ ร่วมสุข สนุกเฮฮากันมากมาย ภาพความทรงจำดีๆเหล่านี้ก็จะเก็บไว้ในใจตลอดไป :)
ขอบใจไนซ์ ปัท ออม อิ่ม เกด ที่มอบมิตรภาพดีดีให้กัน และเปิดใจคุยกันในทุกๆเรื่องขอบใจเมี้ยน แพรว ที่ช่วยเป็นสีสันส่วนเติมเต็มให้กับห้อง ถ้าไม่มีแกสองคน ก็คงไม่มีตัวเชื่อมระหว่างปีกเรา

ขอบใจน้ำหวาน แวน ที่เป็นผู้นำในเรื่องดีดีให้กับห้อง ทั้งเรื่องความรับผิดชอบ เรื่องเรียน และเรื่องตรงต่อเวลา

ขอบใจ ยุ้ย กับ กุ้ง ที่ให้คำปรึกษาเมื่อเราไม่สบายใจในบางเรื่อง

ขอบใจกีต้าร์ ที่ช่วยให้อุ่นใจว่าไม่ใช่ทุกคนในโรงเรียนที่เนิร์ดไปซะหมด ฮ่าๆ ทำให้รู้สึกไม่เครียด
ขอบใจบอย ที่คอยแกล้งไอออม และคอยดูแลเพื่อนเราอยู่ตลอด
ขอบใจบอส ที่โจ๋ เฮ้ย ที่ให้สุภาษิตจีนดีดี กบหนึ่่่่งตัวว่ายน้ำ กบสองตัวว่ายน้ำ กบสามตัวก็ว่ายน้ำแหม มันเข้าใจยากจริงๆ และเจ้าของฉายา โจ๊.. ฮ่าๆ อย่าคิดนะว่าพวกเราจะลืม จะไปพูดยันงานแต่งงาน มีลูกเลย

ขอบใจแพค ที่ทำให้เข้าใจว่าความเนิร์ดและความบ้าที่ผสมผสานกันได้ลงตัวเป็นอย่างไร แรงๆๆๆตัวพ่อ

ขอบใจ กอล์ฟ ที่คอยเป็นผู้ให้เสมอมา <ทั้งให้ลอกการบ้าน และทำงานกลุ่มให้> จริงๆแล้ว กอล์ฟเป็นเพื่อนที่ดีมาก นับถือเลย!

ขอบใจเคน ที่สร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับตัวเองเสมอมา แต่อยากบอกว่ามันไม่สำเร็จเลยอ่ะ
ขอบใจวิน ที่คอยพูดปรัชญาอะไรดีดีให้ฟัง และติสท์มาก

ขอบใจปาล์ม ที่ยอมให้เพื่อนทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียว

ขอบใจอู๋ ที่พูดน้อย ถ้าทุกคนพูดมากหมด โลกนี้คงตีกันตาย แต่แค่แกพูดน้อย สาวยังเยอะซะ 555

ขอบใจปูน ที่คอยกระตุ้นบรรยากาศการเรียนในห้อง ตอบบ่อย ถามบ่อย เก่งอ่ะ!
ขอบใจต้า ที่มีจิตอาสา เหมือนกัน และเป็นเพื่อนที่ดีเสมอมา
mwit13--------------------------------------------------
มีคนบอกว่า คนที่เล่าเรื่องตอนสมัยเป็นเด็ก เค้าเรียกว่า "คนแก่"
แต่เราว่านะ ทุกคนก็ต้องเล่าเรื่องราวในอดีตของตนหมดแหล่ะ คงไม่มีใครเล่าเรื่องราวในอนาคตหรอกเนอะเพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะแก่จริงๆและลืมเรื่องราวสมัยยังเด็ก 'เมมเสื่อม' ก็ควรระบายออกมาิตอนนี้แหล่ะ เด๋วแก่ไปกว่านี้แล้วจะลืม โฮะๆ
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ใครมีประสบการณ์ดีๆ ฮาๆเกี่ยวกับเรื่องราวสมัยมอปลายก็มาแชร์ให้ฟังบ้างนะ อย่าลืม!!!